รู้หรือไม่ว่าเพียวเสดเรามีกรุ๊ปอยู่บน facebook ด้วยนะ ไปจอยกันที่

     http://www.facebook.com/group.php?gid=213141876202&ref=ts

เรียนต่อ (1): "คิด" จะเรียนต่อ?

topping's picture

บล๊อกต่อ ๆ ไปนี้ จะกล่าวกันด้วยเรื่องการเรียนต่อ การหาทุน การสมัครทุน และทำอย่างไรให้ได้ทุนที่ต้องการ จะแบ่งเป็นตอน ๆ ละกันค่ะจะได้ไม่ยาวจนเกินไปนักในหนึ่งบล๊อก แต่ละตอนจะได้มีรายละเอียดและเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะเอามาแบ่งปันกันได้ละเอียดหน่อย

เกริ่นก่อนว่าเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้มาจากประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ใครมีความคิดเห็นแตกต่างอย่างไร สามารถเอามาแชร์กันได้เช่นกัน ก็หวังว่าหากน้อง ๆ เพียวเสดหรือใครที่ได้มาอ่านจะได้มีแนวทางหรือเผื่อเป็นประโยชน์กันบ้าง

เอ้า เริ่มเลยละกัน ....

 ---

"คิด" จะเรียนต่อ?

คำถามแรกที่ควรถามตัวเองเมื่อมีอาการตะหงิด ๆ อยากเรียนต่อก็คือ "จะเรียนไปเพื่ออะไร?" คำตอบในใจอาจจะมีมากมายได้แก่

- พ่อแม่อยากให้เรียน

- เรียนจบมาแล้วจะได้งานดีเงินดีกว่าเดิม

- ยกฐานะทางสังคม เชิดหน้าชูตา โก้ดีมีหลายปริญญา

- หางานทำไม่ได้หรือขี้เกียจหางานทำ เรียนก่อนดีกว่า

- อยากเรียนรู้เพิ่มเติมในสายงานที่ทำอยู่

- อยากเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ท้าทายจะได้เปลี่ยนงาน

- เปิดโอกาสได้พบปะกับผู้คนใหม่ ๆ เผื่ออนาคต มีปิ๊งปั๊ง

- ฯลฯ

หากยังหาคำตอบที่คนอื่นฟังแล้วไม่หัวเราะก๊ากให้กับตัวเองไม่ได้ แนะนำว่าควรจะพักความอยากไว้ก่อนจนกว่าจะรู้แน่ว่าจะเริ่มเรียนอีกครั้งเพื่ออะไร การเรียนขั้นสูงขึ้นไปนั้นควรมีเป้าหมายที่แจ่มชัดพอสมควร มิเช่นนั้นแล้วจะไม่จบเอาง่าย ๆ เนื่องจาก "ความอยาก" หรือ "ความกระตือรือล้น" มันจะค่อย ๆ ลดระดับลงเมื่อเข้าสู่การเรียนอย่างจริงจัง ส่วนเจ้า "ความท้อถอย", "ความขี้เกียจ" และ "ความเบื่อ" มันจะเพิ่มพูนขึ้นมาครอบงำเรื่อย ๆ พร้อมทั้งอุปสรรคมากมายให้ฝ่าฟันกันอย่างระอา

ก็ไหนจะต้องทุ่มเทเวลาเข้าเรียน เวลาอ่านหนังสือ (และ "หา" ความรู้นอกห้องเรียน) ทั้งงานกลุ่ม ทั้งการบ้าน ทั้งการสอบ ไหนจะต้องดูแลชีวิตส่วนตัว (สำหรับคนที่ทำงานไปด้วย หรือแต่งงานและมีลูกแล้วยิ่งต้องคิดมาก) โอ๊ย สารพัด ... หากชีวิตยังไม่มีโฟกัสว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร อย่าเพิ่งเอาตัวเองไปผูกมัดกับสิ่งที่ตัวเองยังไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์อะไรจากมันได้เลยดีกว่า

แต่ถ้ารู้แน่แล้วว่าฉันมีจุดมุ่งหมาย (ที่ไม่ไร้สติ ใช้สมองคิด) แน่นอนแล้ว โกฟอร์อิทเลย

 x - x - x

พอตอบคำถามว่าจะเรียนไปทำไมได้แล้ว ก็ต้องถามตัวเองต่อว่า "จะเรียนอะไร?" สาขาเดิม หรือว่าเปลี่ยนสาขา ปริญญาโทแล้วเลยไปเอก หรือแค่ประกาศนียบัตรบัณฑิตพอ "จะเรียนที่ไหน?" แถว ๆ บ้านนี่แหละใกล้ดี หรือว่าอยากไปไกลถึงเมืองนอกเมืองนา สถาบันไหนดี เอาที่มีชื่อหรือว่าก๊อก ๆ แก๊ก ๆ อะไรก็ได้ และ "มีเงินพอจ่ายค่าเทอมจนจบไหม?" พ่อแม่จะยังส่งให้เรียนต่อ หรือว่าต้องหาเงินเรียนเอง ค่าใช้จ่ายจนจบคอร์สรวมแล้วเท่าไหร่

โดยปกติแล้ว เด็กที่เรียนจบป.ตรีใหม่ ๆ มักจะเรียนต่อสาขาเดิม อาจจะเป็นสถาบันเดิมหรือย้า้ยสถาบัน หากยังไม่เคยทำงานมาก่อน พ่อแม่มักจะเป็นสปอนเซอร์หลัก และหวังว่าเมื่อลูกจบมาแล้วจะได้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูล หางานง่าย จะได้ไม่ต้องคอยเลี้ยงมันไปตลอดชีวิต (ของพ่อแม่เองหรืออาจจะเป็นของลูกด้วย) ... เทรนที่ฮิตกันประมาณนี้ อิฉันไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง!!!

เอาจากประสบการณ์ของตัวเองเลย จบเพียวเสดมา พ่อแม่อยากให้เรียนต่อโท (แน่นอนว่าท่านต้องส่งเสียให้เรียนโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ) แล้วเราก็ยังไม่มีไอเดียว่าจะเรียนอะไรต่อดี งานก็ทำได้แป๊บ ๆ ยังไม่ทันรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ก็เลยเรียนต่อสาขาเดิมเพราะรู้ว่าสอบผ่านแน่ เลือกสถาบันที่มีชื่อหน่อย สอบติดที่ไหนก็เอาที่นั่นแหละฟระ ... แล้วไงล่ะ เรียนจบก็จริง แต่จบมาแล้วไม่ได้ใช้วิชาความรู้แขนงนั้นในชีวิตการงานเลย อย่างนี้มันเสียดายทรัพยากร (ผิดหลักเศรษฐศาสตร์) ทั้งเวลา ทั้งค่าเทอม ทั้งสมอง และค่าเสียโอกาส

~~~

คำถามที่ว่าจะเรียนอะไร ที่ไหน ยังไงนี่ มันเกี่ยวข้องโดยตรงกับคำถามสำคัญอันแรกข้างต้นอยู่เหมือนกัน หากเรายังหลักลอย เช่น เรียนไปเพราะที่บ้านอยากให้เรียน ไอเดียมันจะสะเปะสะปะมั่วไปหมด แล้วก็จับเอาสิ่งที่ง่ายที่สุดตรงหน้ามาก่อน อรรถประโยชน์ของการเรียนก็จะไม่สูงสุด (และนั่นก็คือไม่ maximise profit ด้วย ฮ่ะ ๆๆๆ)

แนะนำเลย (ระวัง! นี่คือความเห็นส่วนตัว) ... ควรจะทำงานก่อนซัก 2-3 ปีเป็นอย่างน้อย หรืออาจจะเปลี่ยนงานซะหลาย ๆ ที่ก่อน เพื่อให้รู้ความต้องการที่แท้จริงของตัวเองว่าอยากเรียนอะไรแน่ เพราะไอ้สิ่งที่เราเรียนไป ยิ่งสูงขึ้น ๆ มันจะยิ่งเฉพาะทางมากขึ้น การที่เราได้เลือกเรียนสิ่งที่อยากเรียนจริง ๆ นอกจากจะรั้งเราไว้ไม่ให้ทิ้งกลางคันแล้ว ยังเพิ่มความฮึกเหิม อยากรู้อยากเห็น และกำลังใจให้ผ่านได้ตลอดรอดฝั่ง

ส่วนจะเรียนที่ไหน อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกส่วนบุคคล แต่ละคนมีภาระหน้าที่ต่างกัน เลือกเอาที่เหมาะสม ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการเรียนที่ควรต้องเอามาคำนึงด้วย การเรียนภาคปกติ (กลางวัน) จะถูกกว่า ภาคพิเศษ (ตอนเย็น หรือเสาร์อาทิตย์) อาจจะเรียนแบบทางไกล (ผ่านอินเตอร์เน็ต) เพราะถูกกว่ากันเยอะ แล้วคำนวณดูว่าเงินเก็บที่มีพอแบบปริ่ม ๆ หรือเหลือเฟือ หรือต้องรับจ๊อบเพิ่มจนหืดอาจจะขึ้นคอเพื่อให้พอจ่ายค่าเทอม ให้พึงตระหนักไว้

อีกแง่คิดหนึ่งก็คือ ถ้าวัตถุประสงค์รอง ๆ มาคือการสร้างเครือข่ายเอาไว้ใช้ได้ในอนาคตการงาน ก็ควรจะเลือกสถาบันที่ตรงเป้าหมาย อยากโกอินเตอร์ก็ต้องเรียนคอร์สอินเตอร์ อยากเจาะตลาดแถวจังหวัดบ้านเกิดก็ไปเรียนที่นั่นเพราะคนแถวนั้นเค้าเรียนอยู่ ประมาณนี้

x - x - x

มาถึงตรงนี้ คงรู้กันแล้วว่าเรื่องเรียนต่อนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย (คิดหนักแล้วล่ะสิท่า) แต่อย่างว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ถ้าเราตั้งใจจริง หากเรารู้แน่ว่าจะเรียนไปทำไม อยากเรียนที่ไหน อยากเรียนสาขาอะไรแล้ว เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้นไม่สำคัญเลย

ตอนต่อไปจะมาเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการหาทุนเรียนทั้งเมืองไทยและเมืองนอกค่ะ

 

 

mahaoath's picture

ถูกต้องครับท้อป สำคัญมาก ๆ

ถูกต้องครับท้อป สำคัญมาก ๆ ในการหาเป้าหมายให้เจอก่อน แล้วเราจะรู้ได้ไม่ยากว่าทางดำเนืนไปหาเป้าหมายนั้นไปทางไหน

รอตอนต่อไปด้วยใจระทึกพลัน

พบปัญหาการใช้งานแจ้งได้ที่ ฟอรั่มเกี่ยวกับเว็บไซต์
การใส่รูปภาพในเว็บ กระทู้นี้เลยครับ

หม่ามี้ลูกลิง's picture

อ่านแล้วอยากย้อนเวลาจัง!

ใช่เลยจ้า อันดับแรกต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า "จะเรียนไปเพื่ออะไร"


แต่อย่างว่าแหล่ะ จะหาคนที่จะตอบคำถามแรกได้อย่างมั่นใจนั้นมันช่างยากเย็น หม่ามี้ว่า...โทษระบบการศึกษาบ้านเราอย่างเดียวเลย...


ระบบการศึกษาบ้านเรานั้นเป็นระบบที่ดีมากๆ นอกจากจะไม่เคยเปิดโอกาสให้เราได้ใช้สมอง (ที่มีอยู่ไม่มากเท่าไร) ได้คิดตรึกตรองค้นหาเหตุผลด้วยตัวเองแล้ว มานยังอุตสาห์ปิดโอกาสค้นหาตัวเราให้เจอแต่เนิ่นๆ ด้วยการบอกว่าเรียนที่โรงเรียนได้คะแนนเท่านี้ต้องเลือกคณะนี้นะถ้าต้องการจะ Ent' ติด


ถ้าไม่เชื่อ...ลองตั้งสติให้มั่นแล้วตอบคำถามนี้ดู


"ทำไมถึงเลือกเรียนเพียวเสดตอนเรียนป.ตรี"


สำหรับหม่ามี้นั้น คำตอบสุดท้าย...คือ...พระบิดาเลือกให้ค่ะ จำได้เลยว่าตอนนั่งแปะกาวติดอันดับเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัย อันดับสุดท้ายยังเป็นช่องว่างอยู่ พระบิดาก็เลยช่วยตัดกระดาษพร้อมทากาวส่งมาให้แปะ แล้วหม่ามี้ก็ Ent' ติดจริงๆ ดีใจกันทั้งบ้านแต่คนที่สอบติดยังงงๆ ว่า...เศรษฐศาสตร์มานคืออะไรฟะ...

topping's picture

ไร้เน็ต

ช่วงนี้ท้อปไม่มีเน็ตที่บ้านพัก (ประจวบฯ) ตอนกลางวันก็ต้องทำงานอยู่โรงเพาะหอยมือเสือไม่ได้ทำอยู่บนออฟฟิศ เลยต้องห่างหายไม่เขียนบล๊อกกันซักพักนะคะ

หม่ามี้ลูกลิง's picture

น้องท็อป...

ไปทำอะไรกับหอยค่ะ??? เล่าหน่อยซิ อยากรู้จัง วันก่อนเห็นใน Facebook บอกว่านั่งขัดหอยอยู่ พี่อ่านแล้วจั๊กกะจี๋จังเลยอ่ะ

mahaoath's picture

ฤๅเว็บมาสเตอร์จำต้องศึกษาการท

ฤๅเว็บมาสเตอร์จำต้องศึกษาการทำให้สามารถเขียนบล็อกผ่านมือถือได้ ณ บัดเดี๋ยวนี้

พบปัญหาการใช้งานแจ้งได้ที่ ฟอรั่มเกี่ยวกับเว็บไซต์
การใส่รูปภาพในเว็บ กระทู้นี้เลยครับ

หม่ามี้ลูกลิง's picture

สุดยอดเลยค่ะ

ทันสมัยสุด...สุด...


แต่ไอ้เจ้ามือถือเนี่ย หม่ามี้ยังไม่มีใช้กับชาวบ้านเขาเลยค่า

topping's picture

มือถือก็รุ่นเก่า

ยังใช้ โนเกีย 6110 อยู่เลยหลวงพี่ ...

เอาเป็นว่า เสาร์อาทิตย์ไหนได้กลับบ้าน กทม. จะเขียนต่อตอน 2 จ้า

topping's picture

เรื่องหอย

อ้อ ส่วนเรื่องหอย ๆ  .. คือว่า ท้อปมาฝึกงานอยู่ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ค่ะ หน้าที่หลัก ๆ คืออยู่ที่โรงเพาะหอยมือเสือค่ะ เริ่มตั้งแต่ดูแลหอยตัวเล็กจิ๋วแบบมองเห็นเป็นฝุ่น ๆ จนกระทั่งโตได้ที่ (4 ปี) แล้วก็เอาไปปล่อยลงทะเลธรรมชาติค่ะ ลองดู http://vammacrow.spaces.live.com นะคะ ท้อปเล่าไว้นิดหน่อย

ningAning's picture

น้องท้อป น่าสนุกจัง

น้องท้อป น่าสนุกจัง ต้องไปดำน้ำปล่อยหอยมือเสือใต้ทะเลลึกเปล่า พี่อยากส่งลูกพี่ไปฝึกงานด้วยจัง เพราะบางทีปิดเทอมไม่มีอะไรทำ จะได้เรียนรู้อะไรแปลกใหม่

*^^*

MOD's picture

หวัดดี น้องท็อป พี่ใช้เวลา

หวัดดี น้องท็อป

พี่ใช้เวลา วันเสาร์ 1/2 วันบ่ายของการทำวาน เเอบมาอ่าน บล๊อกของน้องจนหมด

ทุกเดือน ตั้ง กะปี 2008 (ใช่เปล่าถ้าจำไม่ผิด) ชื่นชมมาก ชีวิตดูมีคุณค่านะ

จะตามอ่าไปเรื่อยๆค่ะ

 

พี่มด EC 34

topping's picture

อุ๊ย พระโอ๊ทเอาไป post ใน fb

อุ๊ย พระโอ๊ทเอาไป post ใน fb เลยได้เห็น comment พี่มด ขอบคุณนะคะที่ติดตามค่ะ :)

Poll

ชอบธีมใหม่ไหมครับ ?
ชอบ
71%
ชอบมาก
0%
ชอบที่สุด
29%
Total votes: 7

Tags